เครื่องสำอาง อุปกรณ์เสริมความสวย ความงาม สำหรับสาวๆ หลายคน ที่มักจะมีติดบ้าน ติดโต๊ะอยู่ตลอด แถม เทรนด์แต่งหน้า ใหม่ๆ ก็มีมาเรื่อยๆ จนทำให้ เครื่องสำอางที่ซื้อมา บางชิ้นถูกละเลยไป ไม่ได้ใช้ และวางไว้อยู่อย่างนั้น พอกลับมาหลายคนก็มักจะหลงหลงลืม ไม่ได้เช็คว่า เครื่องสำอางหมดอายุ ไปหรือยัง จนอาจเป็นสาเหตุทำให้ หน้าพังโดยไม่รู้ตัว

 

ทำไมถึงควรเช็คเวลา เครื่องสำอางหมดอายุ

ในปัจจุบัน ผู้คนต่างต้องการสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง  โดยใช้เครื่องสำอาง ยี่ห้อต่างๆ  จนไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัย และเลือกซื้อจากเพียงแค่ คำโฆษณาชวนเชื่อ และ ราคาโปรโมชัน ที่ทางแบรนด์ ลด แลก แจก แถม มาให้เท่านั้น จนไม่ได้คำนึงว่า เครื่องสำอางที่คุณใช้ มีวันเดือนปีของผลิตภัณฑ์ หรือไม่  วันนี้ salouxbeauty จึงมี วิธีการตรวจสอบเครื่องสำอางหมดอายุ มาแชร์บอกต่อกัน สำหรับใครที่ แพ้เครื่องสำอาง หรืออยาก สวยแบบธรรมชาติ คลิกอ่านบทความที่น่าสนใจอื่นได้เลย

 

วิธีเช็คผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหมดอายุ

ตรวจสอบจาก บริเวณโดยรอบผลิตภัณฑ์

วิธีการที่ง่ายที่สุด ในการเช็คว่า เครื่องสำอางหมดอายุหรือยัง ก็คือการดูรายละเอียดต่างๆบนผลิตภัณฑ์ ซึ่งหากเป็น แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ ที่ได้รับการรับรองจาก อ.ย. จะมีรายละเอียดการผลิตระบุไว้อย่างชัดเจน

ทั้ง ชื่อ ที่อยู่ บริษัทผู้ผลิต หรือบริษัทนำเข้า ตลอดไปจนถึงวันที่ผลิต และวันหมดอายุ แต่หากผลิตภัณฑ์ ที่คุณใช้งานอยู่ ไม่มีระบุไว หรือ ไม่ครบถ้วน ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าผลิตภัณฑ์นั้นอาจจะไม่ปลอดภัย และไม่ควรใช้งาน อยากรวยคลิก >>> แทงหวยออนไลน์

 

นับวัน เครื่องสำอางหมดอายุ  จากวันที่เริ่มเปิดใช้งาน

วิธีการนะบอายุของเครื่องสำอางแต่ละชนิด จะแตกต่างจากวันหมดอายุบนอาหาร คือจะ สามารถนับได้ตั้งแต่ วันที่เปิดใช้ครั้งแรกได้ โดยทริคง่ายๆ สำหรับคนที่ชอบหลงลืม คือ ทำโน้ตเล็ก ๆ ติดวันที่เปิดใช้งาน ไว้บนเครื่องสำอางเลยก็ได้ เวลาใช้งานเราจะรู้ว่า ปิดใช้ผลิตภัณฑ์ครั้งแรกเมื่อไหร่ ทั้งนี้ ควรเลือกซื้อเครื่องสำอาง ที่เพิ่งผลิตมาได้ไม่เกิน 6 เดือน จะดีที่สุด

ดูรีวิว เครื่องสำอางราคาถูก และ เครื่องสำอางที่ถูกและดี <<< คลิกเลย

 

ตรวจสอบจากเว็บไซต์

หาก เครื่องสำอางค์ ที่คุณใช้อยู่ได้มาตาฐาน คุณจะสามารถเช็คว่า ผลิตภัณฑ์นั้นใช้ได้ถึงเมื่อไหร จากการ เข็คโค้ด ที่เป็นตัวเลขหรือตัวหนังสือ ที่ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์  ซึ่งคุณสามารถนำรหัสที่ติดไว้ดังกล่าว ไปตรวจสอบกับเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนั้น ๆ ได้เลย

แค่นี้คุณก็จะรู้แล้วว่าเครื่องสำอาง ที่คุณมีอยู่มีอายุการใช้งานได้กี่ปี โดยสิ่งหลักๆ ที่คุณต้องเช็คมีอยู่ 2 อย่างคือ  วันหมดอายุปกติ เก็บไวได้กี่วัน และอีกหนึ่งอย่างคือ หลังจากเปิดใช้แล้ว จะสามารถใช้งานต่อได้อีกเท่าไหร่ โดยสามารถดูจากสัญลักษณ์ที่เป็นรูปกระปุก เช่น หากเป็น 24M ก็หมายความว่า เครื่องสำอางของเราใช้มาแล้ว 1 ปี และจะสามารถใช้ได้อีก 1 ปี เท่านั้น

 

เครื่องสำอาง แต่ละชนิด สามารถเก็บไวได้นานเท่าไหร่

  • คอนซีลเลอร์ อายุการใช้งาน  1 ปี แต่ถ้าเริ่ม แห้งแข็ง ควรซื้อเปลี่ยนใหม่
  • รองพื้นแบบสูตรน้ำ หลังจากเปิดใช้จะมีอายุราว 1 ปี
  • รองพื้นแบบสูตรน้ำมัน มีอายุการใช้งาน 1 ปีครึ่ง แต่หากเห็นว่าสีที่เปลี่ยนไป หรือมีกลิ่นไม่ดี ควรทิ้งแล้วซื้ออันใหม่
  • ลิปสติก มีอายึการใช้งาน 1-2 ปี โดยการเช็คง่ายๆ ว่า ควรใช้ต่อหรือไม่นั้น คือ ดมว่ามันมีกลิ่นค่อนข้างฉุนแปลกไปจากเดิมหรือไม่ หรือถ้าเห็นว่ามีน้ำมัน ออกมา แนะนำให้เปลี่ยนอันใหม่ทันที
  • แป้งฝุ่นหรือแป้งพัฟ จะใช้ได้นาน 2 ปี แต่แป้งแข็งจะอยู่ได้แค่ 1 ปี เพราะน้ำมันที่อยู่ในพัฟท จะทำให้มันเสียได้ง่ายกว่า
  • อายไลเนอร์ อายุในการใช้งานไม่เกิน 1 – 1.5 ปี โดยควรเช็คเนื้อผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้ดูแห้ง และจับตัวเป็นก้อน เพราะเป็นครื่องสำอางที่ใช้ใกล้บริเวณดวงตา
  • บลัชออน / อายแชโดว์ เก็บไว้ได้นานถึง 3 ปี อย่างไรก็ตามหากมีสีซีดจางลง เนื้อแป้งเริ่มแตกร่อน  ทาแล้วเนื้อสีไม่ติดผิว ควรเปลี่ยนใหม่
  • มาสคาร่า มีอายุการใช้งานแค่ประมาณ 3-4 เดือน เนื่องจาก หากใช้นานกว่านั้น จะทำให้มาสคาร่าแห้งแข็งและทาได้ยาก โดยเทคนิคที่ทำให้ใช้ได้อย่างยาวนาน คือ  ก่อนดึงแปรงออกมา ควรเขย่าขว 2-3 ครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการปาดแปรงที่ปากขวด
  • ดินสอเขียนขอบตา / ปาก ได้นาน 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา  แนะนำว่าควรเหลาอยู่เสมอ เพื่อกำจัดเนื้อผลิตภัณฑ์เก่าออก หากเนื้อดินสอเริ่มเขียนไม่ติด สามารถเปลี่ยนใหม่ได้เลย

 

เทคนิคยืดอายุการใช้งานเครื่องสำอาง แบบง่าย

เทคนิคยืดอายุการใช้งานเครื่องสำอาง

  • ปิดฝาผลิตภัณฑ์ให้สนิททุกคั้ง
  • ใช้คอตตอนบัด ทดแทนการใช้นิ้วสัมผัส ในผลิตภัณฑ์ประเภทครีม และรองพื้น
  • เลือกใช้ครีมชนิดขวดปั๊ม แทนแบบเปิดปิด เพื่อป้องกันอากาศและฝุ่นละออง
  • หมั่นล้างทำความสะอาดพัฟ แปรงแต่งหน้าต่าง ๆ ให้เกลี้ยงและสะอาด เป็นประจำ เนื่องจากความมันและแบคทีเรียจากผิวหน้า อาจปนเปื้อนทำให้เครื่องสำอางหมดอายุเร็วขึ้น

และทั้งหมดนี้ก็คือเคล็ดลับการเช็ค เครื่องสำอางหมดอายุ หากใครอ่านแล้วชอบก็อย่าลืมแชร์ไปให้เพื่อนรู้เยอะๆ แอดจะได้มีกำลังใจการทำคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ต่อไป

สำหรับใครที่พลาดบทความ เครื่องสำอางค์ยอดนิยม หรือ เครื่องสำอางค์เกาหลี ก็สามารถคลิกอ่านต่อได้เลย